วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง เชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานสะอาด



เชื้อเพลิงไม้อัดแท่ง เชื้อเพลิงชีวมวล พลังงานสะอาด ที่ประเทศไทยมีศักยภาพ

โดย ดร.ทินโน ขวัญดี : สำนักสวนพลู









วันที่ 30 กันยายน 2557 (ส่งท้าย วันเกษียณราชการ เพื่อการสร้างงาน)
ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่หันมาทำธุรกิจชีวมวลอัดแท่งหรือไบโอแมสพัลเลตจำนวนมาก โดยเฉพาะไม้อัดแท่งหรือวู้ดพัลเลตกำลังได้รับความนิยมจากนักลงทุนที่จะเข้า มาตั้งโรงงานมากขึ้น เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด อย่างประเทศเกาหลีมีความต้องการใช้จำนวนมาก ได้มีการเข้ามากว้านซื้อไม้อัดแท่งอย่างไม่จำกัดปริมาณ เพื่อส่งออกไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า
ปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณการส่งออกอยู่ระดับ 5 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.25 พันล้านบาท และในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ4.5 พันล้านบาท เนื่องจากราคาไม้อัดแท่งที่ส่งออกไปมีส่วนต่างจากจำหน่ายในประเทศเกือบเท่า ตัว จากปัจจุบันขายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 2.5 พันบาทต่อตัน แต่เมื่อส่งไปเกาหลีจะได้ประมาณ 4-4.5 พันบาทต่อดัน จึงเป็นจุดดึงดูดให้ผู้ประกอบการสนใจที่จะเข้ามาลงทุนมากขึ้นจากที่มีอยู่ กว่า 20 ราย และคาดว่าในปีหน้าจะมีโรงงานเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
บริษัท ไบโอเอ็นเนอยี่ แอนด์ พาเลทฯ ที่เตรียมลงทุนโรงงานวู้ดพัลเลตขนาด 2 ล้านตันต่อปีในเมียนมาร์ เนื่องจากมีทรัพยากรจำนวนมา
บริษัท มหาชัยพราราวู้ด จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการของไทยแห่มาผลิตวู้ดพัลเลตเพื่อส่งออกให้กับญี่ปุ่น เกาหลี เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลคุณภาพดีในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ ดังนั้นรัฐบาลไทยควรเร่งส่งเสริมการใช้วู้ดพัลเลตในโรงไฟฟ้าของไทยบ้าง
การเจรจากับพันธมิตรเกาหลีหรือญี่ปุ่น เพื่อร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตวู้ดพัลเลตในไทย ขนาดกำลังการผลิต 8.ล้านตันต่อปี ซึ่งพันธมิตรจะต้องลงทุนด้านเทคโนโลยีส่วนบริษัทจะทำหน้าที่ป้อนวัตถุดิบ คาดว่าจะสรุปภายในปีนี้
บริษัท เอเชียไบโอแมส จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตวู้ดพัลเลต ขนาดกำลังการผลิต 1.5 หมื่นตันต่อปี ใช้เงินลงทุน 30-40 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองแนวโน้มตลาดส่งออกยังมีความต้องการใช้วู้ดพัลเลตในการผลิต ไฟฟ้าอีกมาก และในอนาคตทั่วโลกจะให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงชีวมวลเพื่อลดระดับมลพิษในการ ผลิตไฟฟ้า
บริษัท พาราวีเนียร์2002 จำกัด ผู้ผลิตไม้ยางพาราแปรรูปและอัดแท่ง เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทผลิตวู้ดพัลเลตเพื่อส่งออกไปยังเกาหลี จำนวน 200 ตันต่อเดือน บริษัทจึงเตรียมขยายโรงงานผลิตวู้ดพัลเลตเพิ่มเป็น 200 ตันต่อวัน โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2558
มองกลับมาที่ความสามารถของประเทศไทยในการผลิตชีวมวล และผลประโยชน์ที่คนไทย เกษตรกรไทยควรได้รับ จากนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่จะต้องใช้ในอนาคต จากเหตุการณ์ที่บังคับทางด้าน มลภาวะ และสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ ออกกฎหมาย และตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน นั่นหมายถึงโอกาสของเกษตรกรไทย ที่เกิดช่องทางในการปลูกพืชอุตสาหกรรม (ดูภาพประกอบ ศักยภาพพลังงาน ชีวมวล)
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการผลิตวู้ดพัลเลตยังต้องการความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ โดยเฉพาะด้านเครื่องจักร เนื่องจากปัจจุบันเครื่องจักรส่วนใหญ่จะมาจากจีน ซึ่งมีประสิทธิภาพการผลิตไม่เต็มที่ ขณะที่เครื่องจักรของเยอรมนีก็มีราคาแพงกว่าจีนมากถึง 4 เท่า ดังนั้นผู้ประกอบการต้องการให้ภาครัฐเร่งส่งเสริม วิจัยพัฒนาเครื่องจักรให้มีความเหมาะสมต่อไป

""" โดย ดร.ทินโน ขวัญดี : สำนักสวนพลู """"
(ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก “จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,950 วันที่ 22 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2557”)